ภาษาเกิดใหม่ ใช้ได้แต่ให้เหมาะสม
                                                                              ภาษาเกิดใหม่ ใช้ได้แต่ให้เหมาะสม
                “ เรารักเธอจุงเบย บ่องต่ง แบบว่า รักแบบฝุดๆ อ่ะ… ”  ในยุคเทคโนโลยีการสื่อสารไร้พรมแดนผนวกกับกระแสของภาษาที่กำลังได้รับความนิยมในขณะนี้ คงไม่มีใครปฏิเสธว่าคำ ๓ คำ  คือ จุงเบย  บ่องตง  และฝุดๆ  ซึ่งมักจะได้ยินกันอยู่เรื่อยๆ ล่าสุดในเพลงลูกทุ่ง เพลงสตริงก็ยังมี เช่นเพลง เจ็บจุงเบย แบบเสมอ (จุงเบย) และอีกมากมาย   
             
                นับวันภาษาที่ใช้ในชีวิตประจำวันของบางกลุ่มบางพวกเริ่มจะแปลกไปทุกทีจึงจะขอเล่าประสบการณ์ว่า คำและถ้อยคำเป็นสิ่งหนึ่งที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้นใช้ในสังคม มีผู้ริเริ่มขึ้นใช้บ้าง มีคณะบุคคลร่วมกันกำหนดบ้าง  เช่น หน่วยงานราชการมีราชบัณฑิตยสถาน เป็นต้น ดังนั้นจึงเป็นธรรมดาที่จะต้องมีคำใหม่ๆเกิดขึ้น อาจเป็นคำที่เป็นภาษาทางการบ้าง ภาษากึ่งทางการบ้าง ภาษาปากหรือภาษาพูดบ้าง หรือเป็นภาษาสแลงบ้าง  
                ราชบัณฑิตยสถานได้จัดทำ พจนานุกรมคำใหม่ ไว้ถึง ๓ เล่ม ที่รวบรวมคำเหล่านี้ไว้ มิได้ประสงค์ให้นำคำเหล่านี้ไปใช้ทั่วไป เพียงแต่เก็บคำเหล่านี้ไว้เป็นข้อมูล ยังไม่ได้นำมารวมอยู่ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน    คำว่า จุงเบย เป็นคำเพี้ยนเสียงจากคำว่า จังเลย และ บ่องตง เพี้ยนเสียงจากคำว่า บอกตรงๆ และฝุดฝุด เป็นคำเพี้ยนเสียงมาจากคำว่า สุดๆ  ๓  คำนี้ยังไม่มีในพจนานุกรมคำใหม่  เนื่องจากเพิ่งเกิด   ถ้าคำนี้ยังใช้กันต่อไป พจนานุกรมคำใหม่ เล่มที่ ๔ อาจจะเก็บไว้ก็ได้
                บางคนใช้คำว่า สแลง แต่ไม่แน่ใจว่าสะกดอย่างไร คำว่า สแลง (สะ แลง) พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานให้ความหมายว่า ถ้อยคำหรือสำนวนที่ใช้เข้าใจกันเฉพาะกลุ่ม หรือช่วงระยะเวลาหนึ่ง ไม่ใช่ภาษาที่ยอมรับกันว่าถูกต้อง มาจากภาษาอังกฤษ Slang                                                     
               ส่วนคำว่า แสลง (สะ – แหลง) อ่านแบบอักษรนำ มีความหมายว่าไม่ถูกกับโรค   เช่น แสลงโรค ขัด เช่น แสลงหู แสลงตา แสลงใจ ๑. อาการที่รู้สึกกระทบกระเทือนใจเหมือนถูกของมีคมบาดหัวใจ เช่น พอเห็นคนรักเก่าเดินไปกับหญิงคนใหม่ก็รู้สึกแสลงใจ และความหมายที่ ๒ เป็นชื่อต้นไม้ชนิดหนึ่ง   
                                                                                                                                                    
              ในขณะที่ภาษามีการเปลี่ยนแปลง มีคำใหม่เกิดขึ้น นักภาษาจะติดตามสำรวจ สะสมเป็นรายการไว้ หรือทำเป็นพจนานุกรมอย่างที่ราชบัณฑิตยสถานทำ การทำในช่วงแรกและพิมพ์หนังสือออกมาก็ถูกวิจารณ์เสียหายมาก ดังที่กล่าวมาแล้วว่า นักภาษามิได้สนับสนุนให้ใช้คำเหล่านี้โดยทั่วไป ถือเป็นภาษาใช้เฉพาะกลุ่ม แต่บางคนอาจหยิบมาใช้พอให้ครึ้มอกครึ้มใจ เข้ากับวัยรุ่นบ้างก็คงไม่เป็นไร   ผู้เป็นครูต้องสอนนักเรียน หรือผู้ใหญ่ต้องสอนเด็กให้ใช้คำเฉพาะกลุ่มนี้อย่างเหมาะสม มิให้รุ่มร่ามไปใช้กับคนที่ไม่สนิทกัน หรือใช้กับผู้ใหญ่ เพราะบางคำไม่ได้เป็นคำคะนองเท่านั้น แต่เป็นคำที่ไม่สุภาพ ที่โบราณถือว่าเป็นคำต่ำก็มี จึงต้องใช้ภาษาให้เหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคล
 
                                                                                                                                                         วิทวัส ปาลอินทร์
รายละเอียดเพิ่มเติม View File
 
 
 
 
 
อาคาร สพฐ. ๓ ชั้น ๕ ที่ตั้งสมาคมครูภาษาไทยแห่งประเทศไทย

การเรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ : พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540
ยกระดับเจตจำนงทางการเมือง
สาระดีๆจากศาลปกครอง
สาระดีๆจากศาลปกครอง
เช็คเมล์
กระทรวงศึกษาธิการ
สำนักงาน ก.พ.
สสส
SchoolNet
ใบสมัครสมาชิก
facebook
Youtube
bangkokidea