:::: ยินดีต้อนรับเข้าสู่ เทศบาลตำบลหนองไผ่ อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ ::::

 
ตำนานหนองไผ่
เรียบเรียงจากคำบอกเล่าของผู้สูงอายุในชุมชนหนองไผ่
ตามโครงการสร้างสุขภาวะให้ผู้สูงอายุโดยผู้เฒ่าเล่าตำนาน ลูกหลานจดบันทึก
………………………………………………….………..
สมัยก่อน บริเวณหนองไผ่เดิมเรียกว่าโคกหมาหิว หรือทุ่งหมาหิว ตำบลกองทูล อำเภอวิเชียรบุรี มีลักษณะเป็นเนินหรือโคกเป็นป่าดงดิบ มีป่าไม้อุดมสมบูรณ์ เป็นป่าหนาทึบมาก มีป่าเต็ง ป่ารัง ป่าเพ็ก ป่าไผ่ และพันธุ์ไม้นานาชนิดมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก มีทั้งสัตว์ใหญ่สัตว์น้อย มีช้าง เสือ หมูป่า หมีเก้ง  กวางเลียงผา ลิง  ชะนี  หมาจิ้งจอก และสัตว์อื่น ๆ แทบทุกชนิดเยอะแยะมากมายเป็นแหล่งล่าสัตว์และหาสัตว์ป่าไม่มีบ้านผู้คนอาศัยอยู่ คำว่า บ้านหนองไผ่ มีที่มาจากภายในบริเวณหมู่บ้านมีหนองน้ำเดิมเป็นหนองช้างนอนในสมัยโบราณจึงเกิดเป็นแอ่งน้ำหรือหนองน้ำเล็ก ๆ มีต้นไผ่ขึ้นล้อมรอบมีช้าง เสือ และสัตว์ป่านานาชนิดเข้าไปกินน้ำ  ช่วงแรกมีบ้านเรือนอยู่ 7 หลัง  เมื่อมีผู้คนอพยพเข้ามาอยู่มากขึ้นจึงเรียกกันต่อ ๆ มาว่า บ้านหนองไผ่ต่อมามีการขุดขยายให้ใหญ่และกว้างขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อใช้อุปโภคและบริโภคชาวบ้านมักเรียกว่า สระกลาง โดยบริเวณที่เป็นหนองน้ำนั้นเดิมเป็นที่ของตาทอง  สีทาสังข์  (ปัจจุบัน มีชื่อเรียกว่า สระหลวง เทศบาลตำบลหนองไผ่ปรับปรุงเป็นสถานที่พักผ่อนของประชาชน อยู่ติดกับธนาคารกรุงไทย ด้านทิศเหนือ)

ประมาณปี พ.ศ. 2481 หนองไผ่เริ่มมีผู้คนอพยพเข้ามาจับจองที่ดินเป็นที่ทำกิน ทำไร่ ทำนา โดยใช้วิธีตัดไม้  ถางป่า เพราะเห็นว่าเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์แรกๆ มาจากตำบลกองทูลและตำบลท่าแดงหลายครอบครัว ต่อมามีผู้คนอพยพเข้ามาอยู่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เช่น มาจากอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย จังหวัดพิจิตร  จังหวัดนครสวรรค์  จังหวัดสระบุรี จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดอ่างทองเพื่อบุกเบิก ถางป่า จับจองที่ดินทำกินยังไม่มีเอกสารสิทธิ์ ใครถางป่าได้มากก็ได้ครอบครองที่ดินมาก ใครอยากทำนาก็ไปถางป่าไผ่สำหรับทำนา บางรายมีเงินมากก็จางถางป่าราคาไร่ละ 30 บาท บางรายก็แบ่งขายต่อราคาไร่ละ 100 บาท เพราะจะได้มีเพื่อนบ้านมาอยู่ใกล้กันบางรายก็เข้ามารับจ้างเลื่อยไม้  รับจ้างถางป่า บางรายมาขายของ ขายสินค้า เหตุผลสำคัญที่มีผู้อพยพเข้ามาอยู่ที่หนองไผ่ก็เพื่อจับจองที่ดินทำกินบริเวณหนองไผ่ (สระหลวง) มีคนปลูกบ้านเรือนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก  ตรงที่ตั้งอำเภอเป็นป่า บริเวณตลาดนายมานิตย์ก็เป็นป่า เป็นบ่อลูกรัง มีถนนดินลูกรังเล็ก ๆ มีป่าไผ่ปกคลุมทั้งสองข้างทาง

อาชีพของคนส่วนใหญ่จะทำไร่ ทำนา อาหารการกินจะปลูกผักไว้กินเอง  ข้าวโพดราคาถังละ 7 บาท ข้าวเปลือกราคาถังละ 5 บาท  เสื้อผ้าทอใส่เอง ปลูกฝ้ายเอง มีอุปกรณ์ทอผ้าเอง  ผ้าที่ทอได้ใช้ต้นหม้อฮ่อม ต้นครามมาตำแล้วเอาน้ำมาย้อมผ้าสำหรับทอ
บริเวณตลาดแสงอาทิตย์ แต่เดิมเป็นวัดป่าซึ่งมีหลวงพ่อดำมาสร้างวัดและชาวบ้านได้บริจาคที่ดินคนละเล็กละน้อยยกให้เพื่อสร้างวัด อยู่มาไม่นานก็ได้มีการฟ้องร้องสู้คดีเกี่ยวกับที่ดินตั้งแต่ตลาดแสงอาทิตย์ถึงทางแยกต้นประดู่ เชื่อกันว่าบริเวณศาลเจ้าพ่อดำเป็นจุดที่ฝังบาตรของท่านและท่านได้สาปแช่งจึงทำให้บริเวณตลาดแสงอาทิตย์ไม่มีใครกล้าสร้าง เพราะใครมาสร้างจะเสียชีวิตหลายคน ต่อมาชาวบ้านได้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างศาลเจ้าพ่อดำจนแล้วเสร็จ อย่างที่เห็นอยู่ทุกวันนี้

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวหนองไผ่เคารพกราบไว้ตั้งแต่เริ่มแรก คือเจ้าบ้านหรือเจ้าที่ เดิมเจ้าแม่นางเวินและเจ้าพ่อรากหวายอยู่ที่บ้านกองทูล ชาวบ้านไปเชิญเจ้าพ่อรากหวายมาช่วยปกปักรักษาชาวหนองไผ่ เชื่อกันว่าเจ้าพ่อรากหวายเป็นพี่น้องกับเจ้าแม่นางเวินและได้เปลี่ยนชื่อเป็นเจ้าพ่อศรีเทพ บ้านหนองไผ่ เป็นหมู่บ้านหนึ่งในสี่หมู่บ้าน (1.บ้านวังชงโค 2.บ้านกองทูล 3.บ้านน้ำเขียว 4.บ้านหนองไผ่) ผู้ใหญ่คนแรกต่อมาผู้ใหญ่จำปาได้ชักชวนชาวบ้านช่วยกันสร้างวัดหนองไผ่ซึ่งบริเวณภายในวัดสมัยนั้นยังเป็นป่าอยู่คนที่บริจาคที่ดินสร้างวัด คือ นายเซี่ยะ  แก่นจันทร์หอม เมื่อมีบ้านเพิ่มขึ้นหลายหลัง หลายหมู่บ้าน มีจำนวนครอบครัวและจำนวนคนมากขึ้นมีการสร้างถนนเล็กๆ มีการสร้างห้องแถว  มีร้านค้า คือ ร้านเจ๊กฮง (ตรงธนาคารกรุงไทย) ร้านเจ๊กซาน (ตรงร้านสุนันทา) และร้านเจ๊กเตา  ต่อมามีการสร้างตลาดตลาดแห่งแรก คือ ตลาดรัตนชัย เดิมเป็นบ่อลูกรัง ปลัดรัตน์  พรหมประเสริฐเป็นผู้สร้างสมัยนั้น ปลาทู 4 เข่ง 10 บาท มะเขือราคา 3 กิโลกรัม 1 บาท มีโรงไฟฟ้า (บริเวณ สนง.ที่ดิน) สำหรับปั่นไฟจ่ายไปตามบ้านเรือนและปิดเวลาเที่ยงคืนของทุกวัน ปี พ.ศ. 2479 มีการสร้างโรงเรียนแห่งแรก ชื่อโรงเรียนบ้านหนองไผ่ (ปัจจุบันชื่อโรงเรียนอนุบาลหนองไผ่ ) เปิดทำการสอนครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2497 เป็นโรงเรียนสาขาของโรงเรียนบ้านกองทูล โดยการนำของนายเที่ยง  สุขาวดี  ศึกษาธิการอำเภอวิเชียร  กับนายยศ  สาระถ้อย  กำนันตำบลกองทูล ได้สงวนที่ดินไว้ลูกสร้างโรงเรียน มีเนื้อที่ 27 ไร่ 2 งาน อาคารเรียนหลังแรกเป็นอาคารเรียนชั่วคราว หลังคามุงแฝก ฝาฟากมี 2 ห้องเรียน มีนักเรียน 30 คน มี ป.1 และ ป.2 มีนายยุทธ  ทองเพ็ง เป็นผู้บริหารคนแรก

เมื่อถึงประเพณีตรุษสงกรานต์ หนุ่มสาวจะมารวมกลุ่มกัน หลังจากทำบุญตักรบาตรแล้วจะเล่นสงกรานต์ในวัด มีการละเล่นมอญซ่อนผ้า เล่นลูกช่วง เล่นเสือตีวัว เล่นกะทกลก กระโดดเชือก  ช่วงบ่าย 4 – 5 โมง จะมีพิธีสรงน้ำพระและเล่นสาดน้ำกันในบริเวณวัด  เวลากลางคืนจะจุดตะเกียงเจ้าพายุเล่น โดยจะรวมกันออกเงินจนครบ 
4 บาท เพื่อไปซื้อน้ำมันก๊าด บางวันจะไปเล่นสาดน้ำโดยเดินไปกันเป็นกลุ่ม เล่นแล้วก็ชวนกันไปรดน้ำดำหัว ปู่ ย่า ตา ยาย สมัยก่อนยังไม่มีโรงพยาบาล  มีแต่สุขศาลา (ตั้งอยู่บริเวณ กศน. ในปัจจุบัน)  มีหัวหน้าอนามัยอยู่ประจำ 1 คนผดุงครรภ์ 1 คน คือ หมอเพียงใจ  สุวรรณภา เวลาเจ็บป่วยต้องไปรักษาที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ นั่งรถโดยสารรับจ้างไปโดยมีรถรับจ้างวันละเที่ยว เดินทางกัน 10 ชั่วโมง บางคนก็ใช้ล้อเกวียนเดินทางเป็นวัน ต่อมาเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2504  หนองไผ่ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นกิ่งอำเภอหนองไผ่  โดยมีนายสมบูรณ์  อมรบุตร  เป็นหัวหน้ากิ่งอำเภอหนองไผ่ คนแรก มีเขตการปกครอง 3 ตำบล ได้แก่ ต.กองทูล ต.กันจุ และ ต.บ้านโภชน์ และในวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ.2504  ได้รับโอนตำบลนาเฉลียง ตำบลท่าแดง ของอำเภอเมืองเพชรบูรณ์มาขึ้นกับกิ่งอำเภอหนองไผ่ด้วย  และเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2506 ได้มีพระราชกฤษฎีกายกฐานะกิ่งอำเภอหนองไผ่ เป็น อำเภอหนองไผ่ โดยมี ร.ต.ต.ประทวน  สิทธิธูรณ์ (หรือสิทธิกุล) เป็นนายอำเภอคนแรกและมีการจัดตั้งเป็นสุขาภิบาลตามประกาศกระทรวงมหาดไทยในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 81 ตอนที่ 107 ลงวันที่ 3 พฤศจิกายน  พ.ศ. 2507 การคมนาคม ไปมาหาสู่กันโดยการเดิน หรือใช้รถจักรยาน  ใช้ล้อเกวียน  ลักษณะถนนเป็นดินลูกรัง ต่อมาในปี พ.ศ. 2513 รัฐบาลได้ตัดถนนเป็นเส้นทางจากตำบลวังชมพู อำเภอเมือง  จังหวัดเพชรบูรณ์ ไปอำเภอชัยบาดาล  จังหวัดลพบุรี ซึ่งต่อมาเรียกว่า ถนนสายสระบุรี–หล่มสักการเดินทางไปจังหวัดเพชรบูรณ์ใช้เวลาเดินทางนานมาก มีรถรับจ้างโดยวิ่งมาจากวิเชียรบุรี  มาหนองไผ่  ไปเพชรบูรณ์  หากจะไปอำเภอวิเชียรบุรี ถ้าไม่ไปทางรถยนต์ก็ต้องนั่งเรือไปโดยไปขึ้นเรือที่กองทูล
สมัยก่อนมีการจี้ ปล้นกันมาก มีทั้งการปล้นวัว ปล้นควายปล้นร้านค้า ขโมย  ชิงทรัพย์ มีคดีปล้น คดีฆ่าเกิดขึ้นแทบทุกวันสถานีตำรวจภูธรหนองไผ่ เป็นอาคารไม้เล็ก ๆ ชั้นเดียว มี ร.ต.ท.จรัส  สุขวัฒน เป็นหัวหน้าสถานีตำรวจภูธรหนองไผ่ คนแรก ปฏิบัติหน้าที่ได้ไม่ถึง 1 เดือน  ก็ถูกโจรปล้นรถเมล์ยิงเสียชีวิต
ปี 2506  สร้างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
ปี 2507 ก่อสร้างโรงเรียนหนองไผ่ เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาระดับอำเภอเป็นโรงเรียนสหศึกษา  ทั้งนี้มีสาเหตุมาจากในปีการศึกษา 2506  นักเรียนที่จบการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 7 ของอำเภอหนองไผ่ ไม่มีโรงเรียนในระดับมัธยมศึกษาที่จะศึกษาต่อภายในอำเภอการเดินทางไปศึกษาต่อที่อำเภอเมืองนั้น ระยะทางไกลมาก การคมนาคมไม่สะดวกผู้ปกครองนักเรียนจำนวนหนึ่งได้ทำหนังสือไปที่อำเภอหนองไผ่ให้อำเภอทำเรื่องขออนุญาตเปิดโรงเรียนมัธยมศึกษา ในปีการศึกษา 2507  โดยมีเงื่อนไขว่าทางอำเภอต้องจัดหาที่ดินจำนวนไม่น้อยกว่า 35 ไร่และจะต้องสร้างอาคารเรียนชั่วคราว ซึ่งทางอำเภอได้ดำเนินตามเงื่อนไขทั้ง 2 ประการได้สำเร็จโดยจัดสรรที่ดินสำหรับตั้งโรงเรียนบนเนื้อที่ 80 ไร่เป็นที่ดินสงวนของกระทรวงมหาดไทย  ซึ่งสงวนไว้สำหรับตั้งสถานที่ราชการของอำเภอสำหรับอาคารเรียนนั้นทางพ่อค้าประชาชนและข้าราชการได้ร่วมกันจัดงานวันครู (15-17 มกราคม 2507) เพื่อหารายได้เป็นค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างและสร้างได้สำเร็จเรียบร้อยเป็นอาคารไม้ชั้นเดียว 4 ห้องเรียน ทางกรมสามัญ (กรมวิสามัญศึกษาเดิม) ได้แต่งตั้งให้ นายชนินทร์ สุพลพิชิต ครูโทโรงเรียน  เพชรพิทยาคม อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ ดำรงตำแหน่งครูใหญ่โรงเรียนหนองไผ่  และได้บรรจุแต่งตั้ง      นายธีรรัตน์ กิจจารักษ์ วุฒิ กศ.บ.ดำรงตำแหน่งครูตรี โรงเรียนหนองไผ่อีก 1 คน โรงเรียนเปิดทำการเรียนการสอนครั้งแรกเมื่อปีการศึกษา 2507 โดยเริ่มแรกมีชั้น ม.ศ.1 จำนวนนักเรียน 19 คน เป็นชาย 16 คน หญิง 3 คนนายธีรรัตน์ กิจจารักษ์ เป็นครูประจำชั้น
ปี พ.ศ. 2511 นายเปล่ง จุลเนตร นายอำเภอหนองไผ่สมัยนั้น ได้เข้ามาดูพื้นที่ และทำการขุดสระเพื่อกักเก็บน้ำสำหรับทำน้ำประปา
ปี พ.ศ. 2511 สร้างสถานีอนามัยหนองไผ่ในเนื้อที่ 8 ไร่ เมื่อสร้างเสร็จ นายอำเภอเปล่ง จุลเนตร
ได้เชิญชวนนายแพทย์ภุชงค์ วีรพลิน ซึ่งปฏิบัติงานอยู่ที่สถานีอนามัยหล่มสัก มาประจำที่สถานีอนามัยหนองไผ่
ปี พ.ศ. 2519 ได้เปลี่ยนชื่อจากสถานีอนามัยหนองไผ่ เป็นโรงพยาบาลหนองไผ่ ขนาด 10 เตียง มีนายแพทย์ภุชงค์ วีรผลิน เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลหนองไผ่คนแรก พ.ศ. 2519 อำเภอหนองไผ่ยกที่ดินให้อีก 17 ไร่ รวมเป็น 25 ไร่ เพื่อขยายเป็นโรงพยาบาลขนาด 30 เตียง
ปี พ.ศ. 2532 ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านได้รวมตัวกันขอแยกหมู่บ้านออกจากตำบลกองทูลกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้อนุมัติและตั้งตำบลใหม่ เป็นตำบลหนองไผ่ ประกอบด้วย 10 หมู่บ้าน ได้แก่
หมู่ 1 บ้านหนองไผ่ใต้ หมู่ 2 บ้านพงษ์เพชร หมู่ 3 บ้านสะพานกลางดง หมู่ 4 บ้านหนองไผ่ หมู่ 5 บ้านประดู่
หมู่ 6 บ้านเนินมะกอก หมู่ 7 บ้านหนองไผ่เหนือ หมู่ 8 บ้านคลองศรีเทพ หมู่ 9 บ้านคลองยาง หมู่ 10 บ้านลำพาด มีนายสมพร ไม้สูง เป็นกำนันคนแรกหนองไผ่
ต่อมากระทรวงมหาดไทยได้ประกาศได้ยกฐานะสุขาภิบาลหนองไผ่ เป็นเทศบาลตำบลหนองไผ่
เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ.2542 ตามประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 116 ตอนที่ 15 ก. ลงวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2542
Download File  View File
 
 
 
 
 
 
นายกเทศมนตรีตำบลหนองไผ่
 
มุมดาวน์โหลด
สายตรงนายก
วารสารออนไลน์
สายด่วนป้องกันภัย
ความรู้ / บทความ
ร้องเรียน ร้องทุกข์
คู่มือประชาชน
คลังวีดิทัศน์
รายงานกิจการสภา
สถานที่น่าสนใจ
ชวนชิมชวนช็อป
แบบประเมินองค์กร
เข้าระบบ
เช็คเมล์
ติดต่อเรา
กรมอาเซียน